หน้าหลัก | จังหวัดบุรีรัมย์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | แหล่งท่องเที่ยว | ประเพณีภูมิปัญญา | แนะนำภาพ | แนะนำร้านค้า | ลงนามถวายพระพร | ลงนามถวายพระพร | เว็บบอร์ด | ติดต่อโฆษณา
User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวสารบุรีรัมย์

คลิปความสามารถ

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » รู้จักจังหวัดบุรีรัมย์ » วิถีชีวิตพื้นบ้าน

....

 

ตำนานชาวจีนต้มเหล้า ที่บ้านบัว

ตำนานชาวจีนต้มเหล้า ที่บ้านบัว

ณ ริมฝั่งหนองน้ำใหญ่ อันเป็นที่ตั้งของสถานีประปาหมู่บ้าน หวนกลับไปเมื่อราวร้อยปีก่อนโน้นยังคงมีเรื่องเล่าที่เล่าต่อ ๆ กันมาว่า ณ บริเวณแห่งนั้น --  ในยุคสมัยนั้น ทุก ๆ วันจะปรากฏภาพของชายเชื้อจีนร่างสูงใหญ่กำยำ ที่กำลังสาละวนอยู่กับการต้มกลั่นเหล้าบนเนินดินกว้าง ซึ่งรายล้อมไปด้วยไผ่กอใหญ่ที่ขึ้นเบียดเสียดจนดูรกครึ้ม

ว่ากันว่า รสเหล้าอันกลมกล่อมและดีกรีอันร้อนแรงถึงใจ  จากฝีมือการปรุง หมัก และการต้มกลั่นอย่างบรรจง -- ปราณีต  ถึงกับทำให้โรงต้มเหล้าเล็ก ๆ แห่งนั้น มีผู้คนแวะเวียนเข้ามาลองลิ้มชิมรสเหล้าของชาวจีนผู้นี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทั้งที่เป็นชาวบ้านร้านถิ่นเรื่อยไปจนถึงเจ้าใหญ่นายโตที่มักจะขี่ม้าเข้ามาตรวจตราหมู่บ้านอยู่เป็นประจำ

เนิ่นนานผ่านมานับจากอดีตจวบจนถึงวันนี้ เรื่องราวของชาวจีนต้มเหล้าที่ว่า ก็ดูเหมือนจะค่อย ๆ เลือนลบไปตามกาลเวลา ไม่มีใครรู้ว่าชาวจีนคนนั้นเป็นใคร มาจากไหน ?

จนกระทั่ง ชาวบ้านบัว ได้มีโอกาสสนทนากับ คุณตาฉาย ปลื้มรัมย์ ปัจจุบันอายุ ๘๑ ปี ผู้อาวุโสซึ่งเป็นหลานชายแท้ ๆ ของชาวจีนในเรื่องเล่า และนั่นเองที่ทำให้เรื่องราวของชาวจีนผู้นั้น ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาบอกเล่ากันอีกครั้งหนึ่ง

ต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าจากคุณตาฉาย ที่ได้มาบอกเล่าถึงเรื่องราวเส้นทางชีวิตของผู้เป็นตา

 ซึ่งครั้งหนึ่งเคยฝากฝีมือในการต้มกลั่นเหล้ากระทั่งได้รสเหล้าอันกลมกล่อมร้อนแรง จนเป็นที่ร่ำลือกันในยุคอดีต

 ชาวบ้านบัว ขอใช้โอกาสนี้ขอบพระคุณในความกรุณาของคุณตาฉาย และหวังว่ามิตรสหายคงได้รับความรื่นรมย์บ้างตามสมควร สวัสดีครับ 

             

 

                  ไหเคลือบ ๔ หูสำหรับรองหยดเหล้าของจีนจีบ

             

เรื่องนี้ตาฟังมาจากพ่อแม่อีกทีหนึ่ง เพราะตอนที่เราเกิดนั้น ตากับยายแกตายไปนานแล้ว ฟังจากที่พ่อแม่เล่ามาก็คือ ตาแกมีชื่อว่า จีนจี ส่วนยายชื่อ ยายมอญ

จีนจีบอพยพมาจากเมืองจีนพร้อมกับญาติพี่น้อง แต่จะมาจากเมืองไหน ? ตอนไหน ? อันนี้เราก็ไม่รู้นะ รู้แต่ว่าช่วงแรกพวกเขาพากันตั้งหลักทำมาหากินอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อมาจึงได้ขยับขยายมาอยู่ที่เมืองโคราช

 ที่เมืองโคราชนี่เห็นบอกว่าทำมาค้าขายกันจนมีฐานะดีพอสมควร พูดง่าย ๆ ก็คือ สร้างเนื้อสร้างตัวได้ดีกว่าเดิมจากที่เคยมีแค่เสื่อผืนหมอนใบ

ทีนี้อยู่มาวันหนึ่งจีนจีบแกนึกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ เกิดอยากหนีออกจากบ้าน ตอนนั้นก็แอบไปขโมยเงินทางบ้านเอามาก้อนหนึ่ง เสร็จแล้วก็ตัดสินใจเดินทางมากับกองเกวียนของพ่อค้าที่กำลังมุ่งหน้ามายังเมืองบุรีรัมย์ สมัยนั้นเรียกว่า เมืองแป๊ะ แกก็รอนแรมเรื่อยมากับเขา ค่ำไหนก็นอนนั่น

  

                   เหรียญอีแปะของจีนสมบัติอีกชิ้นของจีนจีบ

จนมาถึงเมืองประโคนชัย สมัยนั้นเขาเรียก เมืองตลุง ที่เมืองตลุงนี่จะเป็นจุดพักของพวกพ่อค้า เขาจะพักเกวียนเพื่อขายของอยู่สองสามวัน จากนั้นจึงจะออกเดินทางต่อ แต่ยังไม่ทันจะได้ออกจากเมืองตะลุงฝ่ายญาติพี่น้องทางโคราชก็พากันตามมาทัน พอเจอตัวเขาก็เอาสตางค์คืนไปหมด เสร็จแล้วก็บอกให้เดินทางกลับบ้านพร้อมกัน

ทางฝ่ายจีนจีบเอง คงจะด้วยความดื้อรั้นหรืออะไรก็ไม่รู้ แกก็บอกกับญาติพี่น้องที่ตามมาว่า ยังไง ๆ ก็จะไมขอกลับไปบ้านที่โคราชอย่างเด็ดขาด แต่จะเดินทางไปตั้งหลักอยู่ทำมาหากินที่เมืองแป๊ะ

ฝ่ายญาติพี่น้องเมื่อเห็นว่าจีนจีบยืนยันแบบนั้นก็จนใจ ได้แต่บอกว่าถ้าไปถึงเมืองแป๊ะแล้วก็ให้ไปหาญาติพี่น้องชื่อนั้น ชื่อนี้ อยู่ตรงนั้น ตรงนี้ แล้วก็ให้เงินติดตัวไว้กินไว้ใช้จำนวนหนึ่ง

มาอยู่เมืองแป๊ะช่วงแรกจีนจีบแกอาศัยอยู่กับญาติ ๆ บ้านอยู่แถวเรือนจำหลังเก่า ก็ทำมาหากินเหมือนคนอื่นทั่วไป จนกระทั่งได้มาแต่งงานอยู่กินกับยายมอญ คนบ้านบุลำดวน จึงได้พากันอพยพขยับขยายครอบครัวออกมาอยู่ที่บ้านบัว

มาอยู่ที่บ้านบัว สองคนผัวเมียก็พากันบุกเบิกป่าดง ปลูกพริก ปลูกผัก ปลูกข้าว ต้มเหล้า เรื่องต้มเหล้านี่เป็นที่เลื่องลือเลยนะ แม่ของตาเคยเล่าให้ฟังว่า ทั้งเจ้าใหญ่นายโต นักเลง โจรผู้ร้าย ต่างก็พากันติดใจรสเหล้าของจีนจีบจนแกต้มแทบไม่ทัน ซึ่งบริเวณที่แกใช้เป็นที่ตั้งโรงต้มเหล้านั้น เขาเรียกกันมาจนถึงสมัยนี้ว่า ตระโม๊กเจ็นเบิ๊ดสรา (เนินคนจีนต้มเหล้า) สมัยเป็นเด็กจำได้ว่าตรงนั้นจะเป็นเนินดินสูงกว้างด้วย มีไผ่กอใหญ่ขึ้นจนรกครึ้ม

    

            เหรียญ ๕ สตางค์ ๑๐ สตางค์ร้อยไว้ในเข็มกลัดพวงใหญ่

ทุก ๆ วันจีนจีบแกก็จะต้มเหล้าขาย ก็พอได้เงินมาเลี้ยงลูกที่มีอยู่ทั้งหมด ๗ คน แม่ของตาเป็นคนที่ ๕ ชื่อยายเวียง

ทีนี้อยู่มาวันหนึ่งเป็นยังไงอีกไม่รู้ จีนจีบแกเกิดคิดถึงญาติพี่น้องที่อยู่เมืองจีนขึ้นมา ก็เลยบอกกับยายมอญผู้เป็นเมียว่า จะเดินทางกลับไปเมืองจีนเพื่อเยี่ยมญาติพี่น้องที่นั่น ถึงใครจะบอกกล่าวยังไงแกก็ไม่ฟัง ไม่นานแกก็ออกเดินทางโดยเอาลูกสาวชื่อยายอึ่ง ที่ตอนนั้นกำลังอยู่ในวัยเด็กน่ารักขึ้นหลังไปด้วยกัน 

สมัยนั้นก็คงจะใช้เวลานานพอสมควร จนพากันไปถึงท่าเรือโน่นแหละ ไอ้จะเป็นท่าไหนก็ไม่รู้เหมือนกันนะ รู้แต่ว่าในระหว่างรอเรือที่จะไปเมืองจีน ก็ปรากฏว่าได้เจอกับคนรู้จักคนหนึ่ง คน ๆ นั้นก็เข้ามาหาจีนจีบที่กำลังอุ้มลูกน้อยอยู่ เสร็จแล้วก็บอกว่า จะไปไหน รู้ไหมว่าลูกเมียทางบ้านกำลังลำบากลำบน ลูกเต้าป่วยไข้จะเป็นจะตายอยู่แล้วทำไมไม่รีบกลับบ้าน

ฝ่ายจีนจีบได้ฟังดังนั้นก็ลังเลใจ แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจอุ้มลูกน้อยเดินทางกลับบ้าน พอถึงบ้านด้วยความปลอดภัยแล้ว จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานเรื่อยมา ไม่ได้ออกเดินทางไปไหนอีกจนกระทั่งตายอยู่ที่บ้านบัวนี่แหละ ส่วนลูกหลานรุ่นต่อมาก็พากันทำมาหากินไป อย่างเรื่องต้มเหล้านี่ลูกหลานหลายคนเก่ง ฝีมือดี ทำเป็นทั้งเหล้าสาโท เหล้าป่า สมัยนั้นทำไว้พอได้ขายได้กินเล็ก ๆ น้อย ๆ ทางการยังไม่เข้มงวดกวดขันเหมือนตอนนี้ ขวดหนึ่งไม่กี่สตางค์หรอกตอนนั้น

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็คือที่มาที่ไปของเรื่องคนจีนต้มเหล้า เท่าที่พ่อแม่แกเคยเล่าให้ฟังตอนสมัยเด็ก ๆ

 

 

บทความและไฟล์ภาพ ในเว็บไซต์แห่งนี้ อาจนำมาจากเว็บไซต์อื่นๆที่ทีมงานคิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง และให้ความรู้ โดยเราจะให้เครดิตทุกครั้งที่นำมา หากไฟล์ภาพหรือบทความใด ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ต้องการให้นำมาแสดง โปรดแจ้งมาที่ E-mail crm_buriramguideแอดhotmail.co.th ทีมงานจะนำบทความนั้นๆออกทันที

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลกับบุรีรัมย์ไกด์ดอทคอมและบุรีรัมย์ไทม์ด้วยวิธีง่ายๆ
เพียงส่งรูปภาพหรือข้อมูลข่าวสารกิจกรรมที่ท่านมีเกี่ยวกับบทความเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ มาให้เราที่ buriramguideแอดhotmail.co.th ทางทีมงานจะนำรูปภาพและบทความของท่านมาปรับปรุงข้อมูลและลงชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติค่ะ
เขียนเมื่อ : 06 ส.ค. 2557,06:02   เข้าชม : 340 ครั้ง

รู้จักจังหวัดบุรีรัมย์ » วิถีชีวิตพื้นบ้านอื่นๆที่น่าสนใจ
เจิงโก – ชงโค เมื่อกีบขาวัวมาเป็นชื่อต้นไม้
เจิงโก” เป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งตามคำเรียกในภาษาเขมร แต่ถ้าในภาษาก็มักจะรู้จักกันในชื่อว่า“ชงโค” ซึ่งนอกจากดอกจะสวยระรวยกลิ่นหอมแล้ว ชื่อของมันยังมีที่มาที่ไปโยงใยไปถึงกีบขาวัวอย่างไม่น่าเชื่อ!
ตำนานชาวจีนต้มเหล้า ที่บ้านบัว
ณ ริมฝั่งหนองน้ำใหญ่ อันเป็นที่ตั้งของสถานีประปาหมู่บ้าน หวนกลับไปเมื่อราวร้อยปีก่อนโน้นยังคงมีเรื่องเล่าที่เล่าต่อ ๆ
แมงดาพยากรณ์
“แมงดา” ภาษาเขมรบุรีรัมย์บ้านผมเรียกว่า “กะดามตูก” แปลตรงตัวอย่างไม่อ้อมค้อมได้ว่า “ปูเรือ” เจ้าแมงประเภทนี้ นอกจากจะเอามาตำน้ำพริก
อุตุนิยมวิทยาชุมชนว่าด้วยเรื่อง “ไก่ตากปีก”
บ่ายนั้น ไก่หลายสิบตัวที่บ้านพากันนอนคลี่ปีกอาบแดด หลังจากนั้นไม่นานนัก ท้องฟ้าสีคล้ำหม่นก็เบียดไล่แดดบ่ายจนหมดแสง
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : ตำนานชาวจีนต้มเหล้า ที่บ้านบัว
 
คำค้น
Videoxxxx18 Videoxxxx18+ Videoxxxx18_ shinozaki คนไททิ้งแผ่นดิน คนไม่มีเวลา คริบโป้สาว_จ.สุพรรบัรี89 คริบโป้สาว_จ.สุพรรบัรี89+ คริบโป้สาว_จ.สุพรรบัรี89_ คลิบโป๊ คลิปวีดีโอแอนนาเอ็ก คลิปหนังเอ็ก คลิปหนังเอ็กvdo888 คลิปเกย์ จทบ.บร ชุมชนปั่นฝ้ายจังหวัดบุรีรัม ชุมชนปั่นฝ้ายจังหวัดสุรินทร์ ทหาร นักฆ่าขนตางอน วุ้นเส้น ศิริพรอำไพพงษ์เพลงปริญญาใจ หนังx หนังxสาวนวด หนังโป๊ หวานใจกับนายจอมหยิ่ง เกมจารชน เกมจารชนเทปที่81 เกย์ แต่งตัว แม่ดีเด่น
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537